ประวัติของสมาคมโรงแรมไทย
- Application Form for Membership of Thai Hotels Association :
(Download)
- ใบสมัครเป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย :
(Download)
สมาคมโรงแรมไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยคณะผู้บริหารโรงแรมและ เจ้าของโรงแรมได้ร่วมกันขออนุญาตจัดตั้ง
ขึ้นโดยในขณะนั้นเรียกว่า สมาคมโรงแรมเพื่อนักทัศนาจรแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ส่งเสริมความสามัคคีและอุปการะซึ่งกันและกันในเรื่องที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโรงแรมและของสมาชิก
- ส่งเสริมการทัศนาจรในประเทศไทย โดยขอรับความร่วมมือจากองค์การท่องเที่ยวของรัฐบาลและองค์การทัศนาจรในประเทศอื่น
- ส่งเสริมความรู้และการประสานงานระหว่างสมาชิกทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
มีสำนักงาน ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมโรงแรมไทย จนกระทั่งทุกวันนี้
ปัจจุบันสมาคมโรงแรมไทย ตั้งอยู่เลขที่ 203-209/3 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
ตามข้อบังคับของสมาคมฯ กำหนดวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ดังต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ มีดังต่อไปนี้
2. ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทางการ :
- ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ จากสมาคมฯ เท่าที่จะอำนวยได้
- มีสิทธิเสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมฯ หรือคณะกรรมการของสมาคมฯ ในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคมฯ
- มีสิทธิเสนอและผลักดันกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวผ่านสมาคมโรงแรมไทย เพื่อเข้าสู่การดำเนินการระดับนโยบายของทางราชการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้แก่สมาชิก
- สามารถเข้าร่วมโครงการจัดอันดับมาตรฐานโรงแรมในอัตราพิเศษ (Hotel Rating System)
- พยายามหาทางช่วยเหลือและให้การสนับสนุนต่อกิจกรรมต่างๆของโรงแรมทั่วประเทศเพื่อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม
ท่องเที่ยวโดยรวม
- สมาคมโรงแรมไทยสมัครเป็นสมาชิกของหน่วยงานหรือองค์กรต่างประเทศเพื่อรับทราบข้อมูล ข่าวสาร และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม ดังนี้
- Asean Tourism Association (ASEANTA)
- Asean Hotels&Restaurant Association (AHRA)
- Pacific Asia Travel Association (PATA)
สมาคมโรงแรมไทยแบ่งการดูแลสมาชิกเป็น 11 ภาค ดังนี้
- กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
และราชบุรี ซึ่งมีห้องตั้งแต่ 250 ห้องขึ้นไป
- กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
และราชบุรี ซึ่งมีห้องไม่เกิน 249 ห้อง
- กลุ่มโรงแรมภาคกลาง ประกอบไปด้วยจังหวัด อยุธยา นครนายก สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี และนครสวรรค์
- กลุ่มโรงแรมภาคตะวันออก ประกอบไปด้วยจังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี
- กลุ่มโรงแรมภาคตะวันตก ประกอบไปด้วยจังหวัด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
- กลุ่มโรงแรมภาคเหนือ ตอนบน ประกอบไปด้วยจังหวัด แพร่ ลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน
- กลุ่มโรงแรมภาคเหนือ ตอนล่าง ประกอบไปด้วยจังหวัด กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์
- กลุ่มโรงแรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอบบน ประกอบไปด้วยจังหวัด ขอนแก่น มุกดาหาร กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภูเลย
อุดรธานี สกลนคร นครพนม และหนองคาย
- กลุ่มโรงแรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ประกอบไปด้วยจังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ ชัยภูมิ
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ
- กลุ่มโรงแรมภาคใต้ ประกอบไปด้วยจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- กลุ่มโรงแรมภาคใต้ ประกอบไปด้วยจังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
การสมัครสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย มี 4 ประเภท คือ
- สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบกิจการโรงแรมซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายโดยมีคุณสมบัติและมาตรฐานตามที่คณะกรรมการสมาคม
โรงแรม
ไทยกำหนด ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของ
กรรมการ
ที่เข้าร่วม
ประชุม
- สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบกิจการโรงแรม โดยเปิดเผยมีมาตรฐานตามที่คณะกรรมการสมาคมโรงแรมไทยกำหนดแต่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นสมาชิกสามัญ หรือโรงแรมที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและมีใบอนุญาตก่อสร้าโรงแรมถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจาก
จากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม
- สมาชิกสมทบ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบกิจการที่มีส่วนส่งเสริมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยกเว้นผู้ประกอบกิจการให้บริการด้านที่พัก ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ ด้วยคะแนนเสียง
ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม
- สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีอุปการะคุณแก่สมาคมฯ ซึ่งคณะกรรมการของสมาคมฯ มีมติให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์และบุคคลนั้นตอบรับคำเชิญ
ค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิก
ประเภท
สมาชิก |
ค่าลงทะเบียน แรกเข้า |
ค่าบำรุง
สมาชิกรายปี |
ค่าส่งเสริม
การขายห้องพัก |
ค่าอาหารใน
การประชุม / ปี |
สามัญ / วิสามัญ |
8.000 บาท |
3.000 บาท |
25 บาท / ห้อง |
1.500 บาท |
สมทบ |
5.000 บาท |
3.000 บาท |
ไม่มี |
1.500 บาท |
หมายเหตุ : กรณีเปลี่ยนแปลงสมาชิกภาพจากประเภทสมทบเป็นสามัญหรือ
วิสามัญ ต้องชำระค่าธรรมเนียม 3.000 บาท
ขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย
- ขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงานของสมาคมฯ
- กรอกรายละเอียด พร้อมจัดส่งเอกสารแนบ ดังนี้
- สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม 1 ชุด
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร 1 ชุด
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัท 1 ชุด
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการบริษัท
- ภาพถ่ายสถานประกอบการพร้อมคำอธิบาย จำนวน 1 ชุด
- Fact Sheet 1 ชุด
- Brochure1 ชุด
- Tariff Rate1 ชุด
- เมื่อเอกสารครบถ้วน สมาคมฯ จัดส่งคณะกรรมการไปตรวจสอบมาตรฐานของโรงแรมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกตาม
มาตรฐานที่สมาคมฯ กำหนด